หลายวันก่อนกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศว่าประเทศไทย เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว
แต่ไหง เดี๋ยวแดดเปรี๊ยง สลับกับฝนตกโครมลงมา เฉยเลย

สภาพอากาศแบบนี้ ทำให้อารมณ์อาจจะแปรปรวนตามอากาศได้

ทำยังไงดี ถ้าไม่พร้อมมีกิจกรรมใดๆ กับคนรอบข้าง แม้แต่การสนทนาโต้ตอบ พูด หรือ ทำอะไร ผิดหูผิดตาอาจจะปรี๊ดใส่กันได้ง่ายๆ

วันนี้เรามี 7 วิธีการจัดการอารมณ์โกรธมาฝากกันครับ

1. นับ 1 ถึง 10 อันนี้เป็นวิธีเบื้องต้นมากๆ บางคนนับถึง 100 ก็ยังไม่หาย แต่ต้องลอง ฮึบ!!! ตั้งสติ หายใจเข้า-ออกช้าๆ ลึกๆ นับ 1 ถึง 10 ช้าๆในใจ มีสติอยู่กับตัวเลขที่นับ จะได้ลืมคำพูด หรือการกระทำ ที่ผิดหูผิดตานั้น พร้อมกับยิ้มให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

2. ทำเป็นหูทวนลม ฉันไม่รู้ฉันไม่สน ปัดเป่าความโกรธโมโหนั้นเพราะเราต้องการให้เวลาเยียวยา ถ้าสิ่งนั้นมันยังยั่วโมโหเราอยู่ ให้ตั้งหน้าตั้งตานับเลขไปก่อน

3. ทำอะไรให้ช้าลง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางอย่างอาจเกิดจากการหุนหันพลันแล่น โพล่งมันออกไป เพราะอารมณ์ควบคุมการกระทำ ฉะนั้นลองทำอะไรให้ช้าลง พูดให้ช้าลง ให้สมองช่วยกลั่นกรองคำพูดเสียก่อน ว่าพูดไปแล้วจะได้อะไรดีๆ กลับมาไหม จะส่งผลอย่างไรบ้าง

4. นึกถึงคนอื่น นอกจากตัวเอง เมื่อเรามีอารมณ์โกรธ หรือโมโหเรามักลืมนึกถึงคนอื่น ลองนึกง่ายๆ ว่า ถ้าเราโดนคนอื่นทำแบบนี้เราจะรู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะเด็กๆ ถ้าโดนกระทำด้วยคำพูดหรือท่าทีไม่ดี คงจำไปตลอดแน่ๆ

5. ขอเวลาสงบสติอารมณ์ แน่นอนเราเป็นมนุษย์ ทุกคนมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดา ดังนั้นต้องหาทางออกที่เรารู้ดี เช่น เดินออกจากตรงนั้นสูดอากาศดีๆสักฟ่อด นอนพักสายตาสักงีบ ล้างหน้าล้างตา ดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้สดชื่น พร้อมแล้วค่อยมาคุยกันก็ยังไม่สาย แต่ต้องบอกให้เขารับรู้ว่าเรายังไม่พร้อมคุยตอนนี้

6. “ขอโทษ” ใช้ให้เป็น คำพูดที่ง่ายที่สุด หากทำผิดพลาดไปแล้ว คนรอบข้างพร้อมให้อภัย ทำผิดก็ต้องขอโทษ และต้องเป็นขอโทษที่มาจากใจจริง ไม่ใช่ขอโทษเพื่อให้มันจบหรือผ่านๆ “ขอโทษนะ ที่แม่หรือพ่อ ทำหรือพูดอะไรไม่ดีออกไป แม่หรือพ่อขอโทษหนูจริงๆ นะลูก หนูยกโทษให้แม่หรือพ่อได้มั๊ย” เป็นต้น

7. รู้จัก “ให้อภัย” เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ให้อภัยต่อกัน คนเราผิดพลาดได้ แต่ต้องนำความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในครั้งต่อไป ถ้าเขารู้สึกสำนึกผิดอย่างจริงใจ เราก็ควรให้อภัยเขาเช่นกัน

#อากาศร้อน #อารมณ์โกรธ #คุยเปิดใจ #สุขภาพจิต
อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.sanook.com/health/5321/

ที่มา : เพจคุยเปิดใจ ลูกหลานปลอดภัย